AnimeXPlus.com Anime&Manga Society


Welcome to AnimeXPlus!

Gift #1
ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ AnimeXPlus! ครับ
เว็บไซต์นี้เป็นเพียง Anime Fansite หรือก็คือผู้ที่ชื่นชอบผลงานอนิเมะ
ที่นี่ไม่ใช่แหล่งดาวโหลดอนิเมะ แต่เป็นที่รวมตัวของคนที่ชื่นชอบอนิเมะ
หากว่าคุณไม่ได้ชื่นชอบหรือสนใจในอนิเมะ ผมคิดว่าคุณเข้ามาผิดที่แล้วล่ะ
สำหรับสมาชิกใหม่กรุณาทำตามกฎด้วยครับ
Gametoon
Gift #1 อะนิเมะ (ญี่ปุ่น: アニメanime) เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่มาจากภาษาอังกฤษว่า แอนิเมชัน (animation) ซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศส อะนิเมะ (animé) และจากภาษาละติน อะนิมะ (anima) แปลว่าเคลื่อนไหว หรือภาพเคลื่อนไหว แต่ความหมายกลายจนเป็นคำเฉพาะของภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ภาพยนตร์การ์ตูน ภายนอกประเทศญี่ปุ่น อะนิเมะหมายถึงภาพยนตร์การ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่มีลักษณะทางศิลปะแตกต่างกับภาพยนตร์การ์ตูนจากแหล่งอื่น อะนิเมะส่วนใหญ่จะวาดขึ้นด้วยมือ แต่ปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยสร้างอะนิเมะอย่างแพร่หลาย อะนิเมะส่วนใหญ่สร้างขึ้นเพื่อให้ความบันเทิงเหมือนภาพยนตร์ โดยมีแนวเรื่องหลากหลายและครอบคลุมแนววรรณกรรมเกือบทุกแนว อะนิเมะส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นเป็นตอนๆ เพื่อฉายทางโทรทัศน์ ส่วนหนึ่งถูกสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาวเพื่อฉายในโรงภาพยนตร์ และอีกส่วนหนึ่งถูกสร้างเป็นตอนๆ เพื่อขายตรงในรูปแบบดีวีดี วีซีดี หรือวีดีโอเทป ดูมีการทำตอนเฉพาะที่เรียกว่า โอวีเอ อะนิเมะหลายเรื่องถูกดัดแปลงมาจากมังงะ นอกจากนี้ยังมีอะนิเมะที่ถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์อีกด้วย
Gift #2 ประวัติ
เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 นักสร้างภาพยนตร์ชาวญี่ปุ่นเริ่มทดลองใช้เทคนิคการสร้างภาพยนตร์การ์ตูนซึ่งกำลังถูกพัฒนาขึ้นในสหรัฐอเมริกาเพื่อ สร้างภาพยนตร์การ์ตูนของตนเอง ในทศวรรษที่ 1970 ภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นได้พัฒนาลักษณะเฉพาะตัวขึ้นจนสามารถแบ่งแยกออกจาก ภาพยนตร์การ์ตูนของสหรัฐอเมริกาได้อย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นภาพยนตร์การ์ตูนหุ่นยนต์ยักษ์ซึ่งไม่สามารถหาได้ในสหรัฐ อเมริกาเลย ในทศวรรษที่ 1980 อะนิเมะได้รับความนิยมกว้างขวางในญี่ปุ่น ทำให้ธุรกิจการสร้างอะนิเมะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และในทศวรรษที่ 1990 และ 2000 ชื่อเสียงของอะนิเมะได้แพร่ขยายไปยังนอกประเทศญี่ปุ่น พร้อมๆ กับการขยายตัวของตลาดอะนิเมะนอกประเทศ
Gift #3 คำศัพท์ "อะนิเมะ" (アニメ, /ɑnim/) เป็นคำย่อของ アニメーション (คำอ่าน: อะนิเมะชอง, IPA: /ɑnimːn/) ซึ่งเป็นคำที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษ (สังเกตได้ว่าเขียนเป็นคะตะคะนะ) "แอนิเมชัน" (animation) ซึ่งหมายความถึงภาพยนตร์การ์ตูน คำทั้งสองคำนี้สามารถใช้แทนกันได้ในภาษาญี่ปุ่น อย่างไรก็ดีรูปย่อเป็นที่นิยมใช้มากกว่า คำว่า "อะนิเมะ" มีขอบเขตกว้างครอบคลุมภาพยนตร์การ์ตูนทั้งหมด ไม่จำกัดอยู่ที่แนวหรือรูปแบบของภาพยนตร์การ์ตูนใดๆ "เจแปนิเมชัน" (Japanimation) ซึ่งเกิดจากการผสมคำว่า "เจแปน" (Japan) กับ "แอนิเมชัน" เป็นคำอีกคำที่มีความหมายเหมือน "อะนิเมะ" คำนี้นิยมใช้กันมากในทศวรรษที่ 1970 และ 1980 แต่มีคนใช้น้อยลงตั้งแต่ปี 1990 และหมดความนิยมลงก่อนกลางทศวรรษที่ 1990 ในปัจจุบันคำนี้ถูกใช้อยู่แค่ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อแบ่งแยกระหว่างภาพยนตร์ การ์ตูนทั่วๆ ไป (ซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกรวมๆ ว่า "อะนิเมะ") และภาพยนตร์การ์ตูนที่ผลิตภายในประเทศ ภาษาไทยในสมัยก่อนใช้คำว่า "ภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่น" แทนอะนิเมะ คำทับศัพท์ "อะนิเมะ" นั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้ แต่ปัจุบันคำว่า "อะนิเมะ" หรือ "อะนิเมะ" นั้นกลับเป็นคำที่นิยมในหมู่เด็กวัยรุ่นไทยที่ชื่นชอบการ์ตูนญี่ปุ่น ใช้เรียกแทนคำว่า"ภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่น"ของสมัยอดีต
Gift #4 ลักษณะเฉพาะตัว ตัวอย่างตัวละครอะนิเมะ "วิกิพีตัง" ถึงแม้อะนิเมะแต่ละเรื่องจะมีลักษณะทางศิลปะเฉพาะตัวซึ่งขึ้นอยู่กับ ศิลปินแต่ละคน โดยรวมแล้วเราอาจกล่าวได้ว่าลักษณะเฉพาะตัวของอะนิเมะคือการใช้ลายเส้นที่คม และสีสันที่สดใส มาประกอบเป็นตัวละครที่มีรายละเอียดสูง ลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งของอะนิเมะคือความหลากหลายของแนวเรื่องและกลุ่ม เป้าหมายตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ ผิดกับภาพยนตร์การ์ตูนของฝั่งตะวันตกที่เกือบทั้งหมดมียุวชนเป็นกลุ่มเป้า หมาย
Gift #5 มังงะ (ญี่ปุ่น: 漫画 manga) เป็นคำภาษาญี่ปุ่นสำหรับเรียกการ์ตูนช่อง สำหรับภายนอกประเทศญี่ปุ่น คำนี้ถูกใช้เรียกการ์ตูนช่องที่มาจากญี่ปุ่น มังงะพัฒนามาจากอุคิโยเอะและจิตรกรรมตะวันตก และเริ่มคงรูปแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง มังงะที่ได้รับความนิยมสูงมักถูกนำไปสร้างเป็นอะนิเมะ เนื้อหาของมังงะเหล่านั้นมักถูกดัดแปลงเพื่อให้เหมาะสมต่อการแพร่ภาพทางโทรทัศน์และเพื่อให้ถูกรสนิยมของผู้ชมทั่วไปมากขึ้น
ประวัติ
คำว่า มังงะ แปลตรงตัวว่า "ภาพตามอารมณ์" ถูกใช้อย่างกว้างขวางเป็นครั้งแรกหลังจากจิตรกรอุคิโยเอะชื่อโฮคุไซตีพิมพ์หนังสือชื่อโฮคุไซมังงะในคริสต์ศตวรรษที่ 19 อย่างไรก็ดีนักประวัติศาสตร์บางกลุ่มเห็นว่ามังงะอาจมีประวัติยาวนานกว่านั้น โดยมีหลักฐานคือภาพจิกะ (แปลตรงตัวว่า "ภาพตลก") ซึ่งเป็นที่นิยมในศตวรรษที่ 12 มีลักษณะหลายประการคล้ายคลึงกับมังงะในปัจจุบัน อาทิ การเน้นเนื้อเรื่อง และการใช้เส้นที่เรียบง่ายแต่สละสลวย เป็นต้น
Gift #6 มังงะพัฒนามาจากการผสมผสานศิลปะการวาดภาพแบบอุคิโยเอะกับ จิตรกรรมตะวันตก ความพยายามของญี่ปุ่นที่จะพัฒนาตัวเองให้ทันกับมหาอำนาจตะวันตกในช่วงปลาย ศตวรรษที่ 19 ผลักดันให้ญี่ปุ่นนำเข้าวัฒนธรรมตะวันตกหลายๆ รูปแบบ รวมทั้งการจ้างศิลปินตะวันตกมาสอนศิลปินญี่ปุ่นเกี่ยวกับองค์ประกอบพื้นฐาน ทางศิลปะ เช่น เส้น รูปทรง และสี ซึ่งการวาดภาพแบบอุคิโยเอะไม่ให้ความสำคัญเนื่องจากคิดว่าความรู้สึกโดยรวม ของภาพสำคัญกว่า อย่างไรก็ดี มังงะที่เป็นที่รู้จักกันในปัจจุบันเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองหลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นถูกสหรัฐอเมริกาบังคับให้เปิดเสรีภาพแก่สื่อมวลชน ในศตวรรษที่ 21 คำว่ามังงะเปลี่ยนความหมายเดิมมาหมายถึงหนังสือการ์ตูน อย่างไรก็ดีคนญี่ปุ่นมักใช้คำนี้เรียกหนังสือการ์ตูนสำหรับเด็ก ส่วนหนังสือการ์ตูนทั่วไปใช้คำว่า コミックス (คอมิกส์) ซึ่งเป็นคำทับศัพท์ของ comics ในภาษาอังกฤษ ในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ มังงะ (manga) ถูกใช้เรียกหนังสือการ์ตูนจากประเทศญี่ปุ่น ส่วนในประเทศไทยการใช้คำว่ามังงะยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก
Gift #6 มังงะมีความสำคัญวัฒนธรรมญี่ปุ่นและได้รับการยอมรับจากคนญี่ปุ่นว่าเป็นวิจิตรศิลป์และวรรณกรรมรูป แบบหนึ่ง มังงะในปัจจุบันถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มอนุรักษ์นิยมทั้งในญี่ปุ่นและต่าง ประเทศอย่างกว้างขวางว่ามีความรุนแรงและเนื้อหาทางเพศปะปนอยู่มาก อย่างไรก็ดี ประเทศญี่ปุ่นก็ยังไม่มีกฎหมายจัดระเบียบมังงะ เว้นแต่กฎหมายคลุมเครือฉบับหนึ่งที่กล่าวทำนองว่า "ห้ามผู้ใดจัดจำหน่ายสื่อที่ขัดต่อความดีงามของสังคมจนเกินไป" เท่านั้น นักวาดการ์ตูนในญี่ปุ่นจีงมีเสรีภาพที่จะเขียนมังงะที่มีเนื้อหาทุกแนว สำหรับผู้อ่านทุกกลุ่ม
ลักษณะเฉพาะตัวของมังงะ
วิธีอ่านมังงะแบบญี่ปุ่น รูปในมังงะส่วนใหญ่จะเน้นเส้นมากกว่ารูปทรงและการให้แสงเงา การจัดช่องภาพจะไม่ตายตัวเหมือนการ์ตูนสี่ช่องหรือ การ์ตูนช่องในหนังสือพิมพ์ การอ่านมังงะจะอ่านจากขวาไปซ้ายตามวิธีเขียนหนังสือแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น เป็นที่น่าสังเกตว่าตัวละครในมังงะมักจะดูเหมือนคนตะวันตกหรือไม่ก็มี นัยน์ตาขนาดใหญ่ ความใหญ่ของตากลายมาเป็นลักษณะเด่นของมังงะและอะนิเมะตั้งแต่ยุคปี 1960 เมื่อ โอซามุ เทซุกะ ผู้เขียนเรื่องแอสโตรบอยซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาของมังงะในปัจจุบัน เริ่มวาดตาของตัวละครแบบนั้น โดยเอาแบบมาจากตัวการ์ตูนของดิสนีย์ อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่านักเขียนการ์ตูนทุกคนจะวาดตัวละครให้มีตาใหญ่เสมอไป
Anime #1 Anime #2 Anime #3 Anime #4 Anime #5 Anime #6 Anime #7

High School of The Dead ตอนที่ 7

ตอนที่ 7 มาแล้ว ตอนนี้เรียกได้ว่าน้ำตาท่วมจอเลยทีเดียวครับ ผสมกับฉากต่อสู้ตลอดทั้งเรื่อง เป็นยังไงนั้นต้องมาดูกันครับ

Black Rock Shooter จะมาเป็นเกม RPG

จะเกิดอะไรขึ้นถ้า Black Rock Shooter กลายมาเป็น RPG!?

High School of The Dead ตอนที่ 6

ตอนที่ 6 ที่หลายๆคนรอก็มาถึงแล้ว ตอนนี้ถึงฉากที่หลายๆคนตั้งตารอกันแล้ว (ส่วนรออะไรกันนั้นแล้วแต่คนครับ ฮา) มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

High School of The Dead ตอนที่ 5

มารีวิวย้อนหลังคงไม่เป็นไรมั้ง(หรือเป็นไรหว่า ฮา) มาดูกันดีกว่าว่าตอนที่ 5 มีอะไรแปลกๆหรืออะไรที่น่าดูกันบ้าง

Black Rock Shooter [Warning Spoil]

Black Rock Shooter หรือที่บางคนรู้จักในนามมิกุตามีไฟนั่นเอง สาวกมิกุไม่ควรพลาดครับ AXP เราได้นำมาความสนุกมาให้ท่านได้รับชมแล้วครับ

High School of The Dead ตอนที่ 4

ในที่สุดตอนที่ 4 ก็มาแล้วมาดูกันเถอะว่าตอนที่ 4 จะสนุกและมีอะไรใหม่บ้าง

Black Rock Shooter News

Black Rock Shooter ที่รอคอยในที่สุดมาแล้วครับ แฟนๆที่รออยู่อย่าพลาดชมนะครับ

Densetsu no Yuusha no Densetsu ~ The Legend of the Legendary Heroes ~

แอบมาพรีวิวรอ เรื่องย่อ ใน อดีต ความมืดได้คืบคลานมายังโลก อสูรร้าย ปีศาจและจอมมาร ได้เข่นฆ่าผู้คนมากมาย แต่ก็ได้มีนักรบหรือที่เรียก “ผู้กล้าในตำนาน” เข้ามาหยุดยั้งการกระทำของเหล่าปีศาจ จนมาถึงปัจจุบัน ไรเนอร์ หรือผู้ที่เป็น “อัลฟ่าสติคม่า” ดวงตาที่สามารถก๊อปปี้ความสามารถของศัตรูได้ และเฟอริสได้ออกตามหาสมบัติของผู้กล้าตามคำสั่งของเพื่อนผู้เป็นราชาของ โรแลนด์ การตามหาครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่ออะไร แล้วความจริงในอดีตคืออะไร ติดตามต่อใน  Densetsu no Yuusha no Densetsu ~ The Legend of the Legendary Heroes ~ Opening ตัวละคร เด๋วมาพรีวิวต่อ สามารถติดตามดาวโหลดได้ที่นี่ครับ http://animexplus.com/bbs/index.php?topic=1289.0

High School of the Dead (ฝ่าดงนรกเดินดิน)

เรื่องราวเริ่มขึ้นที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ทุกอย่างเหมือนเป็นปกติ จนกระทั่งมีอสูรกายหลุดเข้ามาในโรงเรียน ผู้คนที่ถูกกัดกินกลับกลายเป็นอสูรกายหรือศพเดินได้เช่นเดียวกัน และเริ่มไล่กัดกินผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ คนที่มีชีวิตอยู่จึงต้องหาทางเอาชีวิตรอด พวกเค้าจะต้องทำอย่างไร

High School of The Dead ตอนที่ 3

ในที่สุดก็ถึงตอนที่สามแล้ว มาดูกันดีกว่าว่าตอนที่ 3 เป็นยังไงบ้างครับ มีติดตามรับชมกันได้เลยครับ ระวังมีการสปอยอย่างรุนแรงครับ
 

You need to log in to vote

The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.

Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.

Powered by Vote It Up